Use this space to put some text. Update this text in HTML

Supawich L.. ขับเคลื่อนโดย Blogger.

บทความที่ได้รับความนิยม

ฮาร์ดดิสก์ IDE

ฮาร์ดดิสก์แบบ IDE (Intergrated Device Electronics) เป็นระบบเชื่อมต่อฮาร์ดดิสก์ซึ่งเก่าแก่ที่สุด ซึ่งมีสายแพ 80 เส้น แต่มีหัวต่อเพียง 40 ขา (40 เส้นที่เหลือเป็นสายกราวน์ เพื่อช่วยลดสัญญาณรบกวน) ตัวควบคุมฮาร์ดดิสก์แบบ IDE 1 ชุดจะสามารถต่อกับอุปกรณ์ได้ 2 ตัว

Maxtor กำหนดมาตรฐาน Big Drive ขึ้นมารองรับฮาร์ดดิสก์ที่มีความจุมากกว่า 137 GB ผู้ใช้คอมพิวเตอร์รุ่นที่ยังควบคุมแบบ Ultra DMA 100 MB/s หรือต่ำกว่า จะต้องอัพเดตไบออสเพื่อให้สามารถทำงานกับฮาร์ดดิสก์ความจุขนาดนี้ได้


การเลือกซื้อแรมแบบ Channel Kit

เพื่อให้การทำงานแบบ Dual Channel และ Triple Channel ได้อย่างไม่มีปัญหาแล้วนั้น  เราควรเลือกซื้อแรมที่มีความสามารถทำงานร่วมกันแบบ Dual Channel และ Triple Channel  ได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ก่อให้เกิดปัญหาในการใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ แรมแบบนี้จะมีขายเป็นแบบชุดเรียกว่า Kit ซึ่งมี 2-3 แผงมาให้


เมื่อ Intel  ตระกูล Core i ที่ใช้ซ็อกเก็ต LGA2011 ซึ่งรองรับการทำงานร่วมกันกับแรมแบบ Quad Channel หรือใช้แรมถึง 4 แถวผู้ผลิตจึงวางจำหน่ายชุดแรมแบบ Quad Channel Kit เพื่อรองรับการทำงานของซีพียู Core i รุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพิ่มความแรง 2-4 เท่าด้วย Multi Channel

ปกติเมื่อติดตั้งแรม DDR2-800 แรมจะทำงานที่ความเร็ว 800 MHz ซึ่งจะได้อัตราการรับ/ส่งข้อมูลที่ 6.4 GB/s แต่แรมเป็นศูนย์กลางการรับ/ส่งข้อมูลของเครื่องคอมพิวเตอร์ จึงได้ออกแบบให้แรมสามารถทำงาน 2 แถวพร้อมกันมีชื่อเรียกว่า Dual Channel โดยมีการเข้าถึงข้อมูลพร้อมกันทั้ง 2 แผง ซึ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพของแรมเพิ่มขึ้นจากเดิม 6.4 GB/s ไปเป็น 12.8 GB/s (เมื่อใช้กับแรม DDR2-800) แต่ผู้ใช้จะต้องติดตั้งแรมทั้ง 2 แถวให้ถูกแชนแนล (Channel) ด้วย โดยศึกษาได้จากคู่มือของเมนบอร์ด


สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ผู้ใช้จะต้องคำนึงถึงทุกครั้งเมื่อจะใช้งาน Dual Channel ก็คือ แรมที่อยู่ในแชนแนลเดียวกันควรเป็นแรมยี่ห้อและมีความเร็วเท่ากัน ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการรับ/ส่งข้อมูล เพราะแรมแต่ละแผงจะใช้ชิปแรมยี่ห้อที่แตกต่างกัน ถึงแม้จะเป็นแรมยี่ห้อเดียวกันก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องสัีงเกตยี่ห้อของชิปแรมเสมอเมื่อต้องการจะใช้งานแบบ Dual Channel
ปัจจุบันซีพียูตระกูล Core i ได้ออกแบบให้รวมวงจรควบคุมหน่วยความจำภายในตัวซีพียูเช่นเดียวกับ AMD การเปลียนแปลงนี้ทำให้การออกแบบวิธีการเข้าหน่วยความจำแบบใหม่ที่เรียกว่า Triple/Quad Channel การทำงานของแรมแบบ Triple/Quad Channel ช่วยให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 3-4 เท่า

เพิ่มแรมยังไงให้พอกับการใช้งาน

โดยปกติแล้วซอฟแวร์ต่างๆ จะกำหนดขนาดของแรมเบื้องต้นไว้แล้ว เช่น ระบบปฏิบัติการของทางไมโครซอฟท์ ระบบปฏิบัติการ Windows XP กำหนดไว้ที่ 512 MB หรือ Windows Vista กำหนดไว้ที่ 1 GB แต่ในความเป็นจริงแล้วเราใช้งานคอมพิวเตอร์มากกว่านั้นไม่ได้มีเฉพาะระบบปฏิบัติการ ยังมีซอฟแวร์ต่างๆ ที่เราทำการติดตั้งอยู่อีกมากมายรวมไปถึงเกมด้วยเช่นกัน ซึ่งส่งผลให้ขนาดของแรมที่เหมาะสมต้องมากกว่าค่าที่ทางไมโครซอฟท์กำหนด ควรจะมีขนาดเป็น 2 เท่าของค่าที่กำหนดเป็นอย่างต่ำ

รูปแบบการใช้งาน









ในระบบปฏิบัติการ Windows XP ถ้าหากคุณเป็นคนที่ไม่ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์อะไรมากมาย หรือใช้งานทั่วไปอย่างเช่น ดูหนัง ฟังเพลง พิมพ์เอกสารรายงานต่างๆ ขนาดของแรมที่เหมาะสม คือ 1 GB

ในระบบปฏิบัติการ Windows Vista และ Windows 7 ถ้าหากคุณเป็นคนที่ไม่ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์อะไรมากมาย หรือใช้งานทั่วไปอย่างเช่น ดูหนัง ฟังเพลง พิมพ์เอกสารรายงานต่างๆ ขนาดของแรมที่เหมาะสม คือ 2 GB


ในระบบปฏิบัติการ Windows XP ถ้าหากคุณเป็นคนที่ใช้งานในด้านการเล่นเกมและด้านงานกราฟฟิคเป็นหลัก ขนาดของแรมที่เหมาะสม คือ 2 GB

ในระบบปฏิบัติการ Windows 7 ถ้าหากคุณเป็นคนที่ใช้งานในด้านการเล่นเกมและด้านงานกราฟฟิคเป็นหลัก ขนาดของแรมที่เหมาะสม คือ 2-4 GB

อย่างไรก็ตามการใช้งานของแต่ละท่านแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน จุดประสงค์ เป้าหมายของการใ่ช้งานคอมพิวเตอร์ที่แตกต่างกัน ควรจะคำนวณว่าเรามีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน เพื่อประโยชน์สูงสุดในการใช้งานคอมพิวเตอร์ได้่อย่างมีประสิทธิภาพ

ฟังก์ชันของเมนบอร์ดยุคใหม่

เมนบอร์ดยุคใหม่ทุกวันนี้มีฟังก์ชันต่างๆ ออกมามากมาย และนิยมโฆษณาอวดอ้างเกี่ยวกับฟังก์ชันต่างๆลูกเล่นเสริม ที่ค่ายนั้นๆได้ทำนั้น ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นแรงจูงใจให้ผู้ซื้อหรือผู้ใช้ให้ความสนใจกับเมนบอร์ดค่ายนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นการโอเวอร์คล็อกได้ดีกว่า แรงกว่ายี่ห้ออื่นๆ ซึ่งฟังก์ชันเหล่านี้เป็ฯสีสันและแรงดึงดูดให้เมนบอร์ดดูมีความหน้าสนใจมากยิ่งขึ้น

กิกะบิตแลน
เมนบอร์ดรุ่นใหม่เกือบ 100% ติดตั้งฟังก์ชันนี้มาให้ ซึ่งก็คือชิปแลนมีทั้งแบบธรรมดาและแบบที่มีความเร็ว 100 Mbps ซึ่งผู้ใช้สามารถติดตั้งระบบแลนความเร็วสูงภายในบ้านได้ง่ายด้วยสายแลนแบบไขว้ แต่ถ้าจะต่อหลายเครื่องผ่านสวิตชิ่งฮับต้องซ้อแบบกิกะบิตฮับเท่านั้น ซึ่งจะะแพงกว่าแบบธรรมดาเป็นพันเลยทีเดียว



ตัวเก็บประจุคุณภาพสูง
ตัวเก็บประจุคุณภาพสูง หรือส่วนใหญ่ทางผู้ผลิตเค้าชอบเรียกกันว่า Solid Capacitor เป็นตัวเก็บประจุที่มีอายุการใช้งานได้ดีกว่าแบบทรงกลมธรรมดา ผู้นำที่โฆษณาเรื่องตัวเก็บประจุคุณภาพสูงก็คือ Gigabyte โดยจะอยู่ในบอร์ดรุ่นที่มีอักษรตัว D (Durable) หลังจากนั้นทางฝั่ง Asus ก็เริ่มที่จะวางจำหน่ายบ้าง ส่วนยี่ห้ออื่นแม้จะไม่โฆษณาตรงๆแต่ก็เริ่มติดตั้งตัวเก็บประจุคุณภาพสูงด้วยเช่นกัน

วงจรจ่ายไฟซีพียูแบบเทพ
วงจรจ่ายไฟซีพียู เป็นชุดวงจรที่ทำหน้าที่จ่ายกระแสไฟให้กับซีพียู ตามปกติวงจรจ่ายไฟให้กับซีพียูจะใช้อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์พวกมอสเฟต(Mosfet) กับขดลวดแกนเฟอร์ไรต์(Ferrite) โดยวงจร 1 ชุดหรือ 1 เฟต(Phase) จะใช้ขดลวดแกนเฟอร์ไรต์กับมอสเฟตอย่างละ 1-2 ตัว ยิ่งเมนบอร์ดออกแบบให้มีจำนานมากโอกาสที่ซีพียูจะทำงานเสถียรก็มีเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แต่แน่นอนว่าถ้ายิ่งมากราคาก็จะยิ่งสูงตามไปด้วย
ระบายความร้อนด้วยฮีตไปป์ิ
ชิปเซตรุ่นใหม่ต้องทำงานร่วมกับอุปกรณ์ที่มีความเร็วสูงจึงเกิดความร้อนมากขึ้น การที่จะเพิ่มความเร็วของพัดลมอาจจะส่งผลเสียในเรื่องของเสียงดังรบกวน ดังนั้นทางผู้ผลิตเมนบอร์์ดจึงเปลี่ยนจากพัดลมมาเป็นฮีตไปป์แทน(Heat Pipe) ซึ่งช่วยระบายความร้อนแทนแต่แน่นอนว่าไม่ดีเท่ากับพัดลม แต่ช่วยเรื่องปัญหาเสียงรบกวนได้ดีมาก จริงๆ แล้วผู้ผลิตมองว่า ทุกวันนี้เราใช้พัดลมระบายความร้อนให้กับซีพียูอยู่แล้ว ฮีตไปป์ที่วางอยู่โดยรอบก็จะได้รับไอเย็นเหมือนกัน ผู้ใช้ที่มีฮีตไปป์จึงควรจัดตำแหน่งพัดลมให้ดีเพื่อไม่ให้อุณภูมิภายในเครื่องสูงเกินไป
เมนบอร์ดประหยัดไฟ
ทางบริษัท Asus และ Gigabyte เป็นบริษัทที่เปิดตัวเมนบอร์ดที่ได้รับการออกแบบให้ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยเมนบอร์ดจะมีชิปที่ทำหน้าที่ควบคุมวงจรการจ่ายไฟของซีพียู เพื่อให้สามารถปรับระดับการจ่ายไฟของซีพียูได้ตามภาระการโหลดของซีพียูในขณะนั้น ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานของเมนบอร์ดและซีพียูได้เป็นอย่างดี

ทาง Asus จะเรียกเทคโนโลยีนี้ว่า EPU(Energy Process Unit) ในขณะที่ Gigabyte เรียกว่า Dynamic Energy Saver ปัจจุบัน MSI ได้ออกแบบเมนบอร์ดของตนให้สามารถช่วยลดการใช้พลังงานได้เช่นกัน ซึ่งมีชื่อว่า Green Power ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของฟังก์ชัน DrMOS ในเมนบอร์ดยี่ห้อ MSI

การเลือกซื้อซีพียูของ AMD

ปัจจุบัน AMD มีการทำกล่องให้ดูสวยงามเช่นกัน และหน้ากล่องจะมีข้อมูลของซีพียูบอกไว้อย่างชัดเจน พร้อมกับด้านข้างกล่องได้เจาะช่องให้มองเห็นสเปคบนตัวซีพียูด้วย กล่องซีพียู AMD รุ่นใหม่จะมีการติดสติกเกอร์สะท้อนแสงหรือฮอโลแกรม (Hologram) เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบ

การเลือกซื้อซีพียูของ Intel

กล่องของซีพียู Intel จะมีข้อมูลรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับซีพียูเขียนไว้อย่างชัดเจน ทำให้ผู้ซื้อไม่ต้องกังวลว่าจะซื้อซีพียูผิดรุ่น แต่ถึงอย่างไรก็ตามการที่ผู้ซื้อมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าย่อมเป็นผลดี เพราะจะทำให้ไม่ซื้อซีพียูผิดรุ่น และถ้าร้านค้าที่ซื้อมาไม่รับคืนผู้ใช้อาจต้องเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์
ตัวอย่างกล่องของซีพียู Intel Core i5 สามารถดูสเปคของซีพียูในกล่องได้จากช่องด้านบน หรืออ่านรายละเอียดของสเปคซีพียูตรงแถบบาร์โค้ดใต้กล่อง โดยสเปคที่พิมพ์ไว้บนตัวซีพียูจะเขียนว่า 2.33GHZ/4M/1333 หมายถึง ซีพียูตัวนี้มีความเร็ว 2.33 GHz มีแคช L2 (ซีพียูตระกูล Core i จะเป็นขนาดแคช L3) รวม 4 MB และใช้กับบัส 1,333 MHz (ซีพียูตระกูล Core i ที่ใช้บัส DMI จะไม่มีตัวเลขบอกความเร็ว)
ซีพียูบางรุ่นได้รับการออกแบบให้สามารถโอเวอร์คล็อกด้วยการปรับค่าตัวคูณของซีพียูได้ โดยกล่องของซีพียูรุ่นนั้นจะมีข้อความ UNLOCKED คาดที่ด้านหน้าของกล่องเพื่อช่วยเป็นจุดสังเกตให้กับผู้ใช้ในการเลือกซื้อได้เป็นอย่างดี คุณสมบัติของซีพียูรุ่นที่สามารถปรับค่าตัวคูณได้นี้จะเหมือนกับรุ่นธรรมดา หากผู้ใช้ไม่ได้โอเวอร์คล็อกควรเลือกซื้อรุ่นธรรมดาก็เพียงพอแล้ว

ads by nuffnang